สวัสดี
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: การสมัคร และใช้งาน เวปบอร์ด อ่านได้จากกระทู้ ประกาศ!
http://www.thaigsdclub.org/gsdboard/index.php?topic=2174.msg21861;topicseen#msg21861
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา แกลเลอรี่ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
Share this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on MySpaceShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz
ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องน่าจะรู้ ... แต่อาจไม่น่าจะอ่าน เกี่ยวกับโรคทางพันธุกรรม(Genetic Disease)  (อ่าน 3707 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ป้าวิ(flaysmom)
Global Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,370



|
« เมื่อ: มีนาคม 23, 2008, 11:51:13 am »

เพราะมันไม่ใช่นิยาย และคนเล่าก็ไม่ใช่นักเล่านิทาน
แต่มันเป็นข้อเท็จจริง ที่เล่าโดยคนที่ค่อนข้างจริงจัง
ก็เลยอาจจะจืดชืดไร้รสชาด.....แต่ความจริง..
มันคือข้อมูลที่มีประโยชน์ ที่อยากให้คนเลี้ยงหมา ได้อ่านไว้

รู้ไว้ ก็ใช่ว่า....จะต้องมายกใส่บ่า..และแบกหาม

ไหนๆ เชพเพอดของเรา ก็ได้ชื่อว่าเป็นแชมเปี้ยนโลก ในเรื่องของโรคทางพันธุกรรม
เป็นที่เข็ดขยาด หวาดระแวง แก่คนทั่วไป จนเรียกขานกันติดปากว่า..เชพเพอดหมาขี้โรค

พวกเรา คนเลี้ยงและรัก เชพเพอด ก็ควรหาโอกาส ทำความรู้จักคุ้นเคย
กับคำว่า กรรมพันธุ์  หรือ โรค ทางพันธุกรรม กันไว้พอเป็นสังเขป
ไม่จำเป็นต้องรู้ละเอียดลึกซึ้ง ถึงขั้นนักวิชาการ
เอาแค่ได้ยินคำนี้แล้ว ก็พอเข้าใจความหมายที่แท้จริงบ้างตามสมควร

ถ้าหมาของเรา ถูกหมายหัวว่า เป็นโรคที่สืบทอดทางพันธุกรรม
จะได้ตั้งสติ พิจารณาได้ว่า  เรากำลังรับมือกับอะไรอยู่
ไม่งันงกตกใจ ฟูมฟายสติแตก จนเกินกว่าเหตุ

เพราะโรคทางพันธุกรรมนั้น มันไม่ได้มีแค่ โรคฮิตติดอันดับ
อย่าง Hip Displasia แต่มันมีอีกเยอะแยะ มากมายหลายโรค
ที่เรายังไม่เคยรู้จัก ไม่เคยได้ยิน แต่อาจจะมีหมาที่เลี้ยงอยู่เคยเป็นมาแล้ว

ซึ่งในที่สุด ทั้งหมอ ทั้งเจ้าของหมา ก็สรุปกันว่า  หมามันเป็นโรค "อะไรก็ไม่รู้"
หรือว่าโรค "รอผลเลือด" หรือ โรค "ยังไม่แน่ใจ" ..ฯลฯ...ฯลฯ

โรคทางพันธุกรรม ที่มักจะพูดกันติดปากนั้น
มันมีอะไรที่น่าสนใจศึกษาอยู่มากเหมือนกัน
ในเรื่องความหลากหลาย และความผกผันเปลี่ยนแปลง
ของ หน่วยชีวพันธุกรรม หรือ Genes ...ตัวเอกของเรื่อง

เริ่มแรกนี้ เรามาคุยกันถึงความหมายทั่วๆไป ของคำว่า โรคทางพันธุกรรม ก่อน
ต่อไปจะได้แยกแยะ ให้เข้าใจกันชัดเจนอีกระดับหนึ่ง
ว่า โรค(ที่เรียกกันว่า)ทางพันธุกรรม นั้น แต่ละโรคมันมีลักษณะเฉพาะของมันอย่างไร

อ้อ..ต้องบอกกันก่อนว่า เราคุยกันแบบภูมิปัญญาชาวบ้านเด้อ
ไม่ใช่นักวิชาการ  หรือศาสตราจารย์  นายสัตวแพทย์..ฯลฯ

แต่ก็มีที่อ้างอิง ที่มา ที่ไป พอน่าเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง
ไม่ได้นั่งเทียนเขียนเอาเองหรอกนะ







บันทึกการเข้า

Knowledge studies others , Wisdom is self-known ;
Muscle masters brothers , Self-mastery is bone.
Content need never borrow , Ambition wanders blind ;
Vitality cleaves to the marrow , Leaving death behind .

The Way of life...according to  Lao Tzu.
ป้าวิ(flaysmom)
Global Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,370



|
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 23, 2008, 12:14:42 pm »

โรคที่สืบทอดทางพันธุกรรม 

คนเลี้ยงสุนัขทั่วๆไป    มักจะเหมารวมปัญหาด้านสุขภาพ ที่ดูเหมือนจะสืบทอดมาตามสายเลือด 
ว่า มันคือ  โรคทางพันธุกรรม  หรือ โรคที่เป็นกรรมพันธุ์ (Genetic Disease) 
คือ โรคที่ส่งผ่านโดยมีหน่วยชีวพันธุกรรม หรือ ยีนส์เป็นตัวกำหนด   

ซึ่ง แม้ว่าโรคแบบนี้ จะมีอยู่จริงๆ  แต่ก็ยังคงมีความหลากหลายของปัญหา 
หรืออาการของโรค ในหลายรูปแบบ ที่แม้จะ สืบทอดทางสายเลือดได้ 
แต่ก็มีต้นเหตุ ที่มาของปัญหา ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

การที่จะรับมือกับปัญหา   หรืออาการที่เกี่ยวข้องกับโรคทางพันธุกรรมต่างๆนั้น   
ต้องทำความเข้าใจเรื่องของ  หน่วยพันธุกรรม(Genotype) 
และ  ลักษณะทางกายภาพตามกรรมพันธุ์(Phenotype) 
ซึ่งผู้คนมักจะพูดรวมๆกันไปเป็นเรื่องเดียว     

**ความผิดปกติ (บกพร่อง) ของกระบวนการเผาผลาญพลังงาน(Metabolism) :  
โรคที่เป็นพันธุกรรม (Genetic Disease) ของแท้


เมื่อระบบในร่างกาย ไม่สามารถเผาผลาญเพื่อเปลี่ยนแปลง กรดอมิโนบางอย่าง 
ทำให้เกิดการสะสม อยู่ตามผิวหนัง และกระดูกอ่อน  อันนำไปสู่อาการ ข้ออักเสบ   
ส่วนที่เหลือ ก็ถูกขับออกทางปัสสาวะ 

การที่ร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนแปลงและดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้นี้
เป็นเพราะ ร่างกายไม่ผลิตเอนไซม์ ตัวที่ใช้เฉพาะในการย่อยสารอาหารนั้นๆ  นั่นเอง

โรคที่เกิดจากสาเหตุแบบนี้  มีหลายโรค หลายอาการ   
บ้างก็สามารถ ป้องกันได้ ด้วยการควบคุมอาหาร อย่างถูกต้องเหมาะสม   
บ้างก็ไม่สามารถป้องกัน หรือ รักษาได้เลย 

ทั้งที่เมื่อแรกเกิด  ดูปกติดีทุกอย่าง   แต่จะเริ่มมีอาการ และเป็นหนักขึ้นเรื่อยๆ   
จนอาจจะถึงเสียชีวิต ภายในอายุ ไม่เกินสามปี  โดยไม่มีทางรักษา ก็มี

อาการของโรคเหล่านี้ ส่วนใหญ่ หรือเกือบทั้งหมด
เกิดจาก  การเปลี่ยนแปลงลักษณะ(Mutations) ของหน่วยชีวพันธุกรรม(Genes)   
ซึ่งนำไปสู่  ความผิดปกติในกระบวนการผลิตเอนไซม์   
ทำให้ได้เอนไซม์ที่ทำงานบกพร่อง ไม่เป็นไปตามที่ควร 
หรือ อาจจะไม่ผลิตเอนไซม์ที่จำเป็นต้องใช้เลยด้วยซ้ำ

กรณีที่มียีนส์ในคู่ ไม่เหมือนกัน(Heterozygote)   
ยีนส์ตัวที่ดี ในคู่นั้น   ก็ยังสามารถผลิตเอนไซม์เพียงพอสำหรับใช้ในสถานการณ์ปกติได้   
แต่ในบางกรณี   เอนไซม์ที่ผลิตได้อาจจะไม่พอเพียงในการย่อยกรดอมิโนตัวใดตัวหนึ่ง   
การเลี้ยงดู  ก็จำเป็นต้องเพิ่มความระวังดูแลเรื่องอาหาร 
ซึ่งก็จะช่วยได้มาก  จนบางตัวแทบจะไม่แสดงอาการของโรคให้ปรากฏ

การเปลี่ยนแปลงลักษณะของหน่วยชีวพันธุกรรม หรือ Mutations นี้ 
ไม่ใช่จะเกี่ยวข้องกับกระบวนการเผาผลาญเพื่อการเปลี่ยนแปลงพลังงาน(Metabolism) เท่านั้น   
บางกรณีก็เกี่ยวข้องไปถึงโปรตีนซึ่งเป็นโครงสร้างหลัก ภายในเซล และเนื้อเยื่อ   
นอกจากนี้  ยังรวมไปถึง หน่วยชีวพันธุกรรม(Genes)ที่ควบคุมกระบวนการพัฒนาโครงสร้าง 
และระบบกลไกการทำงานในร่างกาย ที่ถูกต้องเหมาะสม   

ซึ่งในกรณีนี้ อาจจะนำไปสู่ปัญหาเกี่ยวกับโรคลิ้นหัวใจบกพร่อง
หรือ ปัญหาไตไม่พัฒนาอย่างสมบูณ์เมื่อโตขึ้น   
โรคเหล่านี้  นับได้ว่าเป็น โรคทางพันธุกรรม  เพราะมันคือ....

โรคที่เกิดจาก การเปลี่ยนแปลงลักษณะของหน่วยชีวพันธุกรรมหนึ่ง 
ที่มีผลกระทบโดยตรงต่อปัญหาใดปัญหาหนึ่งโดยเฉพาะ

บันทึกการเข้า

Knowledge studies others , Wisdom is self-known ;
Muscle masters brothers , Self-mastery is bone.
Content need never borrow , Ambition wanders blind ;
Vitality cleaves to the marrow , Leaving death behind .

The Way of life...according to  Lao Tzu.
ป้าวิ(flaysmom)
Global Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,370



|
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 23, 2008, 01:23:55 pm »

[size=12pt]ความผิดปกติของลักษณะทางกายภาพ : [/size]
โรคจากผลของการคัดเลือกคู่ผสมพันธุ์ไม่เหมาะสม (ผิดธรรมชาติ)

อาการของโรค หรือ ปัญหาทางร่างกาย เช่น โรค กระเพาะพลิก หรือ Bloat (ซึ่งทำให้ท้องอืดจากแก๊สที่อัดแน่นในช่องท้อง) 
และ โรคข้อตะโพกวิการ  หรือ Hip Dysplasia 
เป็นปัญหาที่ มีต้นเหตุ ส่วนหนึ่ง เกิดจากพันธุกรรม อย่างแน่นอน...
แต่ก็ไม่ทั้งหมด  โดยบางส่วน มีผลกระทบ จากสิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมในการดำรงชีวิตร่วมด้วย
อาจกล่าวได้ว่า  ได้รับอิทธิพลเพียง บางส่วน มาจากหน่วยชีวพันธุกรรม(Genes)
นั่นเอง

โรคกระเพาะพลิก   ไม่ใช่ โรคทางพันธุกรรม (Genetic Disease)
ในความหมายเดียวกับเรื่องเกี่ยวกับการเผาผลาญเพื่อเปลี่ยนแปลงพลังงาน(Metabolism)ที่พูดถึงไปแล้ว   
เพราะ   [size=11pt]เราไม่สามารถระบุชัดเจนลงไปได้ ว่า หน่วยชีวพันธุกรรมหน่วยใดหน่วยหนึ่ง  ที่เป็นสาเหตุโดยตรงของ โรคกระเพาะพลิก [/size]   

เปรียบเทียบได้กับโรคเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารในคน   
บางคน เป็นแบบที่เรียกกันว่า ธาตุอ่อน คือ หากได้รับอาหารที่ไม่เคยชิน ก็จะท้องเสียง่ายกว่า กลุ่มที่เรียกกันว่า ธาตุแข็ง
ซึ่งลักษณะเฉพาะตัวแบบนี้ ก็มีแนวโน้มความเป็นไปได้  ที่จะมีส่วนที่สืบทอดทางพันธุกรรม 
แต่ยังมีบางส่วนที่เกิดจากองค์ประกอบอื่นๆร่วมด้วย 
มีผลงานวิจัย ที่แสดงให้เห็นว่า โรคกระเพาะพลิก(Bloat)นี้  มีสาเหตุร่วมที่สำคัญ จาก อาหาร , พฤติกรรม และ ลักษณะทางโครงสร้างของสุนัขตัวนั้นด้วย

ในที่นี้ จะเน้นเรื่องของโครงสร้างกันก่อน   
จากผลงานวิจัย แสดงถึง แนวโน้มของสุนัขที่เป็นโรคกระเพาะพลิก
ว่า  จะสูงมากขึ้นตามขนาดตัว และสัดส่วนความลึก-กว้างของช่องอก ของสุนัข   
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คือ ปัญหาของลักษณะทางโครงสร้างร่างกาย  ไม่ใช่ โรคทางพันธุกรรม

จริงอยู่ ที่พัฒนาการโดยรวม ของลักษณะโครงสร้างร่างกาย
จะถูกควบคุมโดย หน่วยชีวพันธุกรรม(Genes) ,
แต่ก็ ไม่ใช่ หน่วยใดหน่วยหนึ่งโดยเฉพาะ   
อาจจะมีเป็นสิบ เป็นร้อย หน่วยชีวพันธุกรรม
ที่ควบคุม รูปร่าง และ ขนาด ของ  หัว , ลำตัว , แขน , ขา ฯลฯ ของสุนัขแต่ละตัว 
หน่วยชีวพันธุกรรมที่หลายหลายนี้เอง   
ที่ทำให้ผู้เพาะพันธุ์ สามารถคัดเลือกคู่ผสม เพื่อให้ได้ รูปร่าง ขนาด สีสันที่สวยงามน่าพอใจ   

หากผู้เพาะพันธุ์ นิยมชมชอบ สุนัขที่มีโครงสร้าง สูงใหญ่ มีส่วนอกลึกมากๆ 
ก็จะพยายามคัดสรรสุนัขที่มีขนาดและโครงสร้างแบบที่ชอบ สำหรับผสมพันธุ์สืบต่อไป 
ผลก็คือ  ในอนาคต ก็จะมีสุนัขที่มีโครงสร้าง ที่เสี่ยงต่อ การเป็นโรคกระเพาะพลิก มากขึ้นๆ
บันทึกการเข้า

Knowledge studies others , Wisdom is self-known ;
Muscle masters brothers , Self-mastery is bone.
Content need never borrow , Ambition wanders blind ;
Vitality cleaves to the marrow , Leaving death behind .

The Way of life...according to  Lao Tzu.
ป้าวิ(flaysmom)
Global Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,370



|
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 23, 2008, 02:27:27 pm »

ทำไมจึงบอกว่า 

สุนัขที่ โครงสร้างสูงใหญ่ และช่องอกลึกๆ 
จึงมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคกระเพาะพลิกได้ง่าย ??

ก็เพราะในสุนัขโครงสร้างแบบนั้น  จะมีที่ว่างในช่องอกไปจนถึงช่องท้องมาก
เอื้ออำนวย ให้กระเพาะกลิ้งไปกลิ้งมาได้สบายมากไปด้วย


สุนัขที่มีนิสัยการกินที่กินเร็ว ลุกรี้ลุกรน  และมักจะงับเอาอากาศเข้าไปด้วยมาก
หลังกินอาหารเสร็จ ก็ชอบกระโดดโลดเต้น วิ่งไปมา ทำให้กระเพาะขยับไปตามแรงเหวี่ยง

ถ้าโชคร้ายได้จังหวะพอดี   กระเพาะแกว่งพลิกไปแล้ว ไม่พลิกกลับ
อย่างที่บอกว่าในช่องอกและช่องท้องมีที่ว่างมากพอให้กระเพาะกลิ้งได้

กระเพาะก็จะบิด ทำให้ช่วงหัวท้ายบล๊อคอยู่ อาหารก้จะไม่ผ่านตามกระบวนการย่อยปกติ
แก๊สในกระเพาะก้จะเพิ่มมากขึ้น  โดยไม่มีทางระบายออก เลือดก็จะไม่ไหลเวียนในระบบตามปกติ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าสุนัขมีอารมณ์ไม่มั่นคง ขี้ระแวง เครียดง่าย
แก๊สในกระเพาะก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกับคน

สรุปได้ว่า 

โรคนี้ มีต้นเหตุที่เริ่มจาก หน่วยพันธุกรรมหรือยีนส์ที่กำหนด และควบคุมพัฒนาการ รูปร่างลักษณะโครงสร้างของสุนัข
ให้มีขนาดใหญ่โต และมีช่องอกที่ลึก แคบ  อันเป็นลักษณะที่เสี่ยงต่อ อาการกระเพาะพลิก ได้ง่าย
โดยมีส่วนประกอบจากสิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมการกินอาหาร ตลอดจนอารมณ์ของสุนัขร่วมด้วยดังอธิบายมาแล้ว

โรคประเภทนี้ จึงอาจเรียกได้ว่า เป็นโรคที่เกิดจาก ลักษณะทางกายภาพตามพันธุกรรม ประกอบกับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม...นั้นแล


* beinagrind.jpg (16.25 KB, 600x446 - ดู 40 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Knowledge studies others , Wisdom is self-known ;
Muscle masters brothers , Self-mastery is bone.
Content need never borrow , Ambition wanders blind ;
Vitality cleaves to the marrow , Leaving death behind .

The Way of life...according to  Lao Tzu.
ป้าวิ(flaysmom)
Global Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,370



|
« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 23, 2008, 09:45:00 pm »

วิธีลด หรือ แก้ไขปัญหาของโรค กระเพาะพลิก นี้ ก็ทำได้ง่ายๆ
แค่ หยุดผสมพันธุ์สุนัข ที่ โครงสร้างมีความเสี่ยงต่อโรคกระเพาะพลิก 
และ เลือกเพาะพันธุ์สุนัขให้มีขนาดปานกลาง  และมีโครงสร้างของช่องอกที่ไม่ลึก และแคบมากเกินไป   

ความคิดแบบนี้ อาจถูกมองว่า เป็นการถอยหลังเข้าป่า   
แต่ก็เป็นเรื่องจำเป็น ที่เราต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง   
ว่า  จะเพาะพันธุ์โดยคัดเลือกคู่ผสมให้มีโครงสร้างที่เสี่ยงต่อโรคนี้ลดลง
หรือจะเพาะพันธุ์ให้ได้สุนัขที่มีโครงสร้างที่ชอบ หรือเป็นความนิยม  โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา


ไม่ต้องเสียเวลามาถกเถียงกัน ในแง่ความเป็นไปได้
ว่า  สุนัขที่มีโครงสร้างแบบอื่น ก็อาจจะมีหน่วยชีวพันธุกรรม
ที่จะมีความเสี่ยงต่อโรคกระเพาะพลิกแฝงอยู่ได้เหมือนกัน   
เพราะถ้าจะมาถกเถียงกันในเรื่องนี้ ก็ไม่มีวันจบ

แต่ความเป็นจริง อันเป็นสัจธรรมที่เถียงไม่ได้ ก็คือ

การคัดเลือกจับคู่ผสมพันธุ์ เพียงเพื่อให้ได้รูปร่างลักษณะ โครงสร้างตามความพอใจ 
โดยไม่ได้คำนึงถึงการทำงานตามธรรมชาติของมันนั้น 
ถือเป็น หายนะของสายพันธุ์ ทีเดียว


สัตว์นักล่าตามธรรมชาติ  อย่างสุนัขป่า จะเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว
ไม่มีการงุ่มง่ามเงอะงะ หรืออืดอาดยืดยาด 
ตัวไหนที่ไม่เหมือนพวกพ้อง  ก็จะถูกกำจัดไปเองโดยอัตโนมัติ   
ด้วยสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติของป่า   

ระบบการทำงานของโครงสร้างกระดูก และกล้ามเนื้อของ สุนัขป่าทั่วไป 
ถูกพัฒนามานานนับพันปี   ให้มีความเหมาะสม เพื่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ

แน่นอนที่  ความแปรผัน ในการรวมตัวของหน่วยพันธุกรรมที่หลากหลาย   
ย่อมทำให้มีความแตกต่างในผลลัพธ์ที่ออกมาเสมอ   ไม่มากก็น้อย     

จึงไม่มีลูกสุนัขป่า(รวมไปถึงสัตว์อื่นๆในโลก)ครอกไหน
ที่ออกมาเหมือนกันเป๊ะไปหมดทุกตัวทั้งครอก   
อาจมีบางตัวที่มีความว่องไวและมีประสิทธิภาพในการล่าสูงมากเป็นพิเศษ   
บางตัวก็ปานกลาง  และอาจจะมีตัวที่เคลื่อนไหวเชื่องช้าผิดพี่น้อง 
ย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ทั้งนั้น

ส่วน ในโลกของการประกวดสุนัขด้านความสวยงามของโครงสร้างร่างกาย   
ผู้เพาะพันธุ์ สามารถคัดเลือกเอาสุนัขที่มีรูปร่างลักษณะสวยงามในแบบที่นิยมสูงสุดในยุคนั้น
ทั้งพ่อ และแม่มาจับคู่ผสมกัน  เพื่อให้ได้ลูกที่มีลักษณะ(สวยงาม)สุดโต่ง ของทั้งพ่อ และแม่ 

เมื่อมีการรวมตัวกันของหน่วยพันธุกรรม 
ที่มีลักษณะสุดโต่งทั้งพ่อและแม่เข้าด้วยกัน 
ย่อมเกิดสิ่งที่สวยงามที่สุด ของความสุดโต่ง

ซึ่ง ในความสุดโต่งของพ่อและแม่นั้น   
ได้มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรม
ตามธรรมชาติดั้งเดิมไปส่วนหนึ่งแล้ว     

เมื่อนำสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว สองสิ่งมารวมกัน
ย่อมเกิดเป็นสิ่งที่มีความเปลี่ยนแปลงมากขึ้นกว่าเดิมไปเรื่อยๆ
(กรณีที่มีการจับคู่ผสมพันธุ์เพื่อวัตถุประสงค์นี้ต่อไปอีก) 

ผลลัพธ์ที่ตามมา คือการที่โครงสร้างร่างกายถูกทำให้เปลี่ยนแปลง
ไปจากธรรมชาติดั้งเดิมมากขึ้น....มากขึ้น.....
จนอาจถึงขั้น ผิดรูปไปเลยในช่วงพัฒนาการของลูกสุนัข   
(ยกตัวอย่างเช่น ลักษณะ หลังที่โค้งมากเกินไป   หรือ hock ที่ยาวมากเกินไป)

กรณีที่ยกตัวอย่างมาข้างต้น   ปัญหาไม่ได้เกิดจาก  หน่วยพันธุกรรมที่บกพร่อง  หรือ  เป็นโรคทางพันธุกรรม   
แต่เป็นการจับคู่ผสมพันธุ์ที่ทำให้เกิดผลที่ผิดธรรมชาติ   อันเป็นการนำหายนะมาสู่สายพันธุ์ ที่รักของเรานั่นเอง

บันทึกการเข้า

Knowledge studies others , Wisdom is self-known ;
Muscle masters brothers , Self-mastery is bone.
Content need never borrow , Ambition wanders blind ;
Vitality cleaves to the marrow , Leaving death behind .

The Way of life...according to  Lao Tzu.
ป้าวิ(flaysmom)
Global Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,370



|
« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 28, 2008, 09:16:18 am »

อือมมม...เรื่องมันไม่น่าอ่านจริงๆเสียด้วยซี
ไม่มีการตอบรับเลย...แต่ก็ไม่เป็นไร
เป็นเรื่องธรรมดา  ถ้าเรื่องไหนไม่ฮา..เรื่องนั้นก็ไม่ฮิต

ถ้าใครโชคร้ายผ่านเข้ามาอ่าน
และได้เก็บเกี่ยวเอาอะไรๆไปได้บ้างพอให้รกสมอง
ผู้เล่าเรื่องนี้..ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

เอาละ...จะลองพยายามสรุปให้สั้นที่สุด และเข้าใจง่ายที่สุดกัน
เอาให้จบได้ภายใน สักสองบรรทัด.....เพื่อไม่ให้น่าเบื่อหน่ายไปกว่าที่เป็นอยู่

โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม หรือกรรมพันธุ์  มีสองประเภทหลักๆคือ

1. โรคที่ ถ่ายทอดโดยหน่วยพันธุกรรม(Genes) ที่ถูกเปลี่ยนแปลง(Mutations) และมีผลกระทบต่อระบบการทำงานของร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่ง(หรือหลายส่วน)โดยตรง
2. โรค ที่ ถ่ายทอดโดยหน่วยพันธุกรร(Genes) ปกติ  ที่ควบคุมรูปร่างลักษณะ ส่วนใดส่วนหนึ่ง(หรือหลายส่วน)ของร่างกาย และมีผลให้เกิดรูปร่างลักษณะ ที่ทำให้เกิดโรคนั้นๆได้

บันทึกการเข้า

Knowledge studies others , Wisdom is self-known ;
Muscle masters brothers , Self-mastery is bone.
Content need never borrow , Ambition wanders blind ;
Vitality cleaves to the marrow , Leaving death behind .

The Way of life...according to  Lao Tzu.
น้องใหม่gsd
Global Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 851



|
« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 28, 2008, 09:46:58 am »

เป็นกระทู้ที่ดี และมีประโยชน์สำหรับคนที่สนใจเรื่อง เชพเพอด อย่างจริงจัง

จริงๆ ป้าวิน่าจะเอาบทความเรื่อง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของหมาเชพเพอด จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ของ Raiser มาแปล น่าจะอ่านแล้วตื่นเต้น ตื่นตา ตื่นใจ มากกว่า เพราะมันเห็นได้ชัดๆ ว่ามันเปลี่ยนไปอย่างไร บ้างครั้งงานเขียนแบบในเชิงวิชาการคนอ่านแล้วมันเซ็งๆ เพราะมันไม่เข้าใจ
บันทึกการเข้า
ป้าวิ(flaysmom)
Global Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,370



|
« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 28, 2008, 10:19:02 am »

ตอบคุณน้องใหม่gsd

เรื่องนี้ เป็นการสร้างความเข้าใจพื้นฐาน ให้รู้จักโรคแบบนี้กันตามความหมายที่แท้จริงให้ชัดเจนกันทีละขั้น ทีละตอน ก่อนน่ะค่ะ
เพราะถ้าข้ามไปเล่าเรื่องของผล..ว่าออกมาเป็นยังไง? ก่อนจะรู้ที่มาที่ไป  ก็อาจจะเกิดคำถาม ประเภท อ่านไป-ถามไป ว่า อะไร??..ยังไง??...ทำไม??
และอาจจะตามมาด้วย...ไม่จริง  ไม่ใช่...ไม่เชื่อ...ฯลฯ...ฯลฯ

ความจริง ได้พยายามบอกเล่ากัน แบบให้เข้าใจง่ายๆด้วยภาษาพื้นฐาน(ยังไม่ถึงขั้นพ่อขุนรามฯ)
แต่ด้วยบุคลิกของตัวเอง  ที่เป็นคนน่าเบื่อโดยสายเลือด (ถ่ายทอดมาทางพันธุกรรม) เป็นความสามารถส่วนตัว...ห้ามเลียนแบบ

เรื่องที่คนอื่นเขาสนุกสนาน เฮฮาปาร์ตี้  ป้าวิก็สามารถเอามาบอกเล่าให้น่าเบื่อได้เป็นที่น่าอัศจรรย์
ดังนั้น ก็อย่าหวังว่า ถ้าป้าวิเอาเรื่องที่คุณน้องใหม่gsdแนะนำ  มาเล่าต่อ..แล้วมันจะสนุกกว่าเรื่องนี้

แต่ยังไงก็จะพยายามไปค้นคว้าหาอ่าน แล้วเอามาเล่าสู่กันฟัง ต่อไปในอนาคตค่ะ
เหอ...เหอ....คงต้องเบื่อกันไปอีกนานนนนน..... Grin Grin Grin Grin Grin
บันทึกการเข้า

Knowledge studies others , Wisdom is self-known ;
Muscle masters brothers , Self-mastery is bone.
Content need never borrow , Ambition wanders blind ;
Vitality cleaves to the marrow , Leaving death behind .

The Way of life...according to  Lao Tzu.
Kao Tu
Jr. Member
**

การ์ม่า: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 52



|
« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 28, 2008, 10:21:03 am »

จริงๆมันน่าสนใจมากครับ แต่ไม่รู้จะตอบสนองยังไง เลยได้แต่อ่านอย่างเดียว  Smiley
บันทึกการเข้า
ป้าวิ(flaysmom)
Global Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,370



|
« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 28, 2008, 10:23:28 am »

เอาละ...มาเบื่อกันต่อดีกว่า....

อันว่าประโยชน์ของเรื่องนี้   มันก็มีอยู่อย่างมากมายมหาศาล อย่างที่คาดไม่ถึง

ถ้าผู้เลี้ยง หรือ ผู้เพาะพันธุ์ เข้าใจในธรรมชาติของ โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ชัดเจนขึ้น พอสมควรแล้ว

** ผู้เลี้ยง หรือผู้ที่คิดจะหาซื้อลูกสุนัขมาเลี้ยง  ก็จะรู้ว่า  ควรจะใสใจเป็นพิเศษต่อสิ่งใดบ้าง ในการทำการบ้าน ก่อนซื้อลูกสุนัขสักตัว
และ
** ผู้เพาะพันธุ์ที่มีจรรยาบรรณ  ที่ตั้งใจเพาะพันธุ์เพื่อให้ได้ลูกสุนัขที่มีคุณภาพดี มีความเสี่ยงต่อโรคทางพันธุกรรมน้อยที่สุดนั้น
ก็จะสามารถหาแนวทาง ในการวางแผนการผสมพันธุ์ โดยคัดสรรคู่ผสมที่เหมาะสมกับ สายของตนเองให้มากที่สุด


นอกเหนือไปจาก ธรรมชาติการถ่ายทอดทางพันธุกรร, ที่เล่ามาแล้ว
ยังมีเรื่องน่าสนใจ  ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ต่อเนื่อง ไป อีกเรื่องหนึ่ง คือ  

ความสามารถในการถ่ายทอดทางพันธุกรรม หรือ Heritability
ที่เราเคยได้ยินบรรดาบรีดเดอร์ หรือเซียนเขาคุยกัน ว่า ตัวนั้นถ่ายลูกดี ตัวนี้ ไม่ถ่าย

เรื่อง ถ่ายดี , ถ่ายไม่ดี , หรือไม่ถ่าย นั้น  ไม่เกี่ยวกับเรื่องท้องผูกท้องเสียแต่อย่างใด
แต่ หมายความถึง ความสามารถเฉพาะตัว ในการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ไปสู่ลูกหลาน

ซึ่งจะมาเล่าสู่กันฟังต่อไป...หลังจากพัก หายเบื่อ จากนิทานเรื่อง โรคทางพันธุกรรม(Genetic Disease)
บันทึกการเข้า

Knowledge studies others , Wisdom is self-known ;
Muscle masters brothers , Self-mastery is bone.
Content need never borrow , Ambition wanders blind ;
Vitality cleaves to the marrow , Leaving death behind .

The Way of life...according to  Lao Tzu.
ป้าวิ(flaysmom)
Global Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,370



|
« ตอบ #10 เมื่อ: มีนาคม 28, 2008, 10:37:56 am »

ตอบคุณ Kao Tu...

ถ้าเคยแวะเข้าไปเวบบอร์ดพันทิพ  จะมีคนนึง แกจะเข้ามาโพสบอกไว้ทุกกระทู้ว่า.....เข้ามาอ่าน.... Cool Cool

ความจริง สิ่งที่ต้องการทราบคือ เมื่ออ่านแล้ว  เข้าใจได้ง่าย อย่างที่คนเล่าหวังไว้หรือเปล่า
หรือจะต้องปรับปรุงสำนวนการเล่า ให้ชัดเจนกว่านี้(ซึ่งก็ยากแล้วละสำหรับป้า)

วัตถุประสงค์ที่มาเล่าสู่กันฟังนั้น ก็เพื่อให้พวกเราคนรักหมา 
ได้เข้าใจเรื่องพวกนี้ด้วยตัวเองจริงๆกันในระดับหนึ่ง
ไม่งั้น ก็จะต้องคอยเดาๆจากที่หมออธิบาย(สั้นๆ,คร่าวๆ)ให้ฟัง  แล้วในที่สุดก็ยังงงอยู่
เพราะหมอก็มักจะคิดว่า  อธิบายยาวไปเจ้าของหมา ก็ คงไม่เข้าใจอยู่ดี

ป้าวิโชคดี ที่หมอประจำหมาของป้า แกจะพยายามหาคำตอบ มาตอบทุกคำถามของป้าให้ได้
ถึงขนาดขึ้นไปแบกตำราลงมาพลิกตอบกันเลยก็ยังมี  ถ้าหาในตำราไม่เจอ ก็ยังให้ความหวังว่า เดี๋ยวหมอจะไปค้นมาให้
บันทึกการเข้า

Knowledge studies others , Wisdom is self-known ;
Muscle masters brothers , Self-mastery is bone.
Content need never borrow , Ambition wanders blind ;
Vitality cleaves to the marrow , Leaving death behind .

The Way of life...according to  Lao Tzu.
ounman
Jr. Member
**

การ์ม่า: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 51


|
« ตอบ #11 เมื่อ: มีนาคม 28, 2008, 03:00:47 pm »

ชอบมั๊กมากครับป้า     ได้ฟราม์รู้มากเลยครับ  คือผมเด็กใหม่นะป้า  ปวนเปรียนมาหลายวันละในบอด์    ได้หมามาตัวละ

แต่ที่ผมอยากได้ความรู้อีกข้อนะครับอันนี้จะว่าผมโง่  ก็ได้นะครับ   แต่อย่ารู้จริงจะได้ไปเล่าให้คนอื่นที่ไม่รู้ฟังได้

ใบเพ็ด  นะครับ  มันคืออะไร  แล้ว   มีอะไรบ้าง  ต่างกันอย่างงัยครับ

ผมไม่รู้จริ่งครับ  เท่าที่รู้คือ   มันคือใบบอกต้นตะกลู  แต่ที่ผมสงสัยคือ  สีของใบเพ็ดนะครับ


จาก  พ่อ  เจ้าใจดี


* Picture0029.jpg (31.77 KB, 640x480 - ดู 34 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
james
Jr. Member
**

การ์ม่า: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69


|
« ตอบ #12 เมื่อ: มีนาคม 29, 2008, 08:05:38 am »

   ยังอ่านไม่อิ่มเลยครับ  ผมหาความรู้เรื่องอย่างนี้มานาน  นอกจากนั้นก็เกี่ยวกับด้านภาษากาย  พฤติกรรม และจิตวิทยา ฯลฯ และเป็นภาษาที่ไม่น่าเบื่อ (ภาษาที่ป้าใช้น่าอ่าน  ไม่น่าเบื่อ  แต่ภาษาอังกฤษแบบวิชาการสิน่าเบื่อ)
   
   จะรออ่านนะครับ Wink
บันทึกการเข้า
ป้าวิ(flaysmom)
Global Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,370



|
« ตอบ #13 เมื่อ: มีนาคม 29, 2008, 09:17:48 pm »

ขอบคุณหลานๆ และสมาชิกทุกท่าน ที่เข้ามาโพส บอกกล่าว
ทำให้ทราบว่า  มีผู้สนใจเข้ามาอ่านกันไปหลายท่านแล้ว 
และยังมีความสนใจ  อยากอ่านต่อไปอีก(หรือเปล่าก็ไม่รู้)

แสดงว่า ยังมีคนที่ใส่ใจในคุณภาพชีวิตของเพื่อนคู่หูสี่ขาอย่างจริงจังอยู่พอสมควร
ก็จะพยายาม หาข้อมูล นำมาบอกกล่าว เล่าสู่กันฟังอย่างต่อเนื่องค่ะ

จะว่าไปแล้ว เรื่องทั้งหลายทั้งปวงที่เล่ามานี้
ไม่ได้เฉพาะเจาะจงสำหรับเยอรมันเชพเพอดพันธุ์เดียว
แต่เป็นข้อเท็จจริง ที่ได้รับการทดลอง วิเคราะห์วิจัยด้วยเหตุผล ทางวิทยาศาสตร์
ที่มีประโยชน์สำหรับผู้เลี้ยง และผู้เพาะพันธุ์ สุนัขขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ทุกสายพันธุ์ก็ว่าได้

เรื่องของ ภาษากาย , พฤติกรรม และจิตวิทยา ฯลฯ
ถ้าหมายถึง ของหมาละก้อ  ยินดีที่จะค้นคว้าหาข้อมูล
รวมทั้งบอกเล่าจากประสบการณ์จริงสู่กันฟังค่ะ



บันทึกการเข้า

Knowledge studies others , Wisdom is self-known ;
Muscle masters brothers , Self-mastery is bone.
Content need never borrow , Ambition wanders blind ;
Vitality cleaves to the marrow , Leaving death behind .

The Way of life...according to  Lao Tzu.
ป้าวิ(flaysmom)
Global Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,370



|
« ตอบ #14 เมื่อ: มีนาคม 30, 2008, 09:39:00 am »

เอาละ...น่าจะพอหายเบื่อกันบ้างแล้วมั้งเนาะ....
มาฟังกันต่อดีกั่ว.....อย่างที่บอกไว้ว่า จะมาเล่าให้ฟัง
ถึงเรื่องทั้งหลายทั้งแหล่  ที่เกี่ยวกับ พันธุกรรม (Genetic ...)
ไปเรื่อยๆ ทีละขั้น ทีละตอน ต่อเนื่องกัน
ให้อ่านกันจนเบื่อตายไปข้างนึง   

เรื่องที่เกี่ยวข้องสืบเนื่องกับ..โรคทางพันธุกรรม หรือ Genetic Disease..ขั้นต่อมา
ก็คือ เรื่องของ........   

ความสามารถในการถ่ายทอดทางพันธุกรรม (Heritability)

เราคงเคยได้ยินบ่อยๆ    ที่ผู้คนทั่วๆไป มักจะพูดถึง โรค ที่(เชื่อกันว่า) เป็นกรรมพันธุ์    ว่า 

ถ้าสุนัขตัวไหน ปลอดจากยีนส์ของโรคที่เป็นกรรมพันธุ์ นั้นแล้วละก้อ...ไม่ว่าจะเลี้ยงดูอย่างไร ในสิ่งแวดล้อมแบบไหน ก็ไม่มีทางเป็น(แสดงอาการ)โรคนั้นๆได้   และ

ถ้ามียีนส์ของโรคนั้นๆอยู่ในสายเลือดแล้ว    แม้จะเลี้ยงดูให้เลิศเลอเปอร์เฝคขนาดไหน  ก็จะต้อง เป็น หรือ แสดงอาการ ของโรคนั้นจนได้สักวันแหละน่า

เมื่อเข้าใจดังนั้นแล้ว......หาก เกิดได้ทราบว่า สุนัขของตัวเอง มีอาการของโรคทางกรรมพันธุ์
หรือ มีคนบอกว่า เป็นโรคทางกรรมพันธุ์  หรือบังเอิญได้รู้ว่า บรรพบุรุษของมันเป็นโรคนี้
เจ้าของสุนัข ผู้โชคร้าย  ตัวนั้น  ก็มักจะหมดอาลัยตายอยาก  หดหู่สิ้นหวัง ซังกะตาย หายอยาก เลี้ยงไปเลย

ความเข้าใจดังกล่าวนั้น  ก็ถูกต้องอยู่.......ส่วนหนึ่ง    แต่ก็ยังมี ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ อีกมากมาย   
ที่ ผู้เลี้ยง และ ผู้เพาะพันธุ์ ควรเปิดโลกทรรศน์ มุมมอง  และ รับรู้ข้อมูล  ส่วนที่แตกต่างจากที่เคยรู้ , เคยเข้าใจ ไปบ้าง 
เพื่อจะได้มองเห็น และ เข้าใจถึงลักษณะที่แท้จริงของการเกิด , การพัฒนาอาการ และการแสดงให้ปรากฏ ของโรคทางพันธุกรรม 
เพื่อประโยชน์ที่จะช่วยให้สายพันธุ์ที่เรารัก มีคุณชีวิตในภาพรวมที่ดี  (แม้จะเป็นโรคทางพันธุกรรม) ได้เท่าเทียม หรือดีกว่า สุนัขปกติทั่วไป       


เมื่อพูดถึง การถ่ายทอดลักษณะโดยทางพันธุกรรม(inherited  characteristics) และ ผลกระทบอันเนื่องมาจากจากสิ่งแวดล้อม(environmental effects) 
ผู้เลี้ยง และผู้เพาะพันธุ์ ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจในเรื่องพวกนี้ให้ดี   ก่อนที่คิดจะผสมพันธุ์   

ก่อนอื่น   ต้องเข้าใจ และแยกแยะความหมายที่แตกต่าง ของ ความสามารถในการถ่ายทอดทางพันธุกรรม(heritability)  และ
 การรับสืบทอดทางพันธุกรรม(inheritance) ให้ชัดเจน   

ลองนึกถึง โรคข้อตะโพกวิการ หรือ Hip Dysplasia ที่ส่งผ่านโดยทางหน่วยพันธุกรรม(Genes)100%   
แต่ลักษณะอาการของโรคนี้  ไม่ได้เป็นไปตามที่คาด.ทั้ง100%(โดยการเอ็กซเรย์) 
ข้อที่น่าคิด ข้อแรก  คือ  มีการรับสืบทอดลักษณะทางพันธุกรรม อย่างไร  และ
อีกข้อหนึ่งคือ  ลักษณะทางพันธุกรรมนั้น ได้รับสืบทอดมา มากน้อยแค่ไหน(ทั้งในลักษณะที่มองเห็นได้ หรือจากการอ่านฟิล์มเอ็กซเรย์)

เราจะไม่พูดกันลงลึกถึงรายละเอียดการทำงานของกระบวนการทางชีวพันธุกรรม  ที่ลึกซึ้งเกินกว่าสติปัญญาชาวบ้านของผู้เล่าเรื่องนี้
แต่จะบอกเล่าสู่กันฟัง พอเป็นสังเขปเท่าที่ตัวเองพอจะเข้าใจได้   ในระดับที่จะสามารถนำมาวิเคราะห์การวางแผนการผสมพันธุ์
เพื่อให้การสืบทอดลักษณะทางพันธุกรรม (จากการผสมพันธุ์ครั้งนี้)  มีความเสี่ยงต่อโรคต่างๆน้อยที่สุด
บันทึกการเข้า

Knowledge studies others , Wisdom is self-known ;
Muscle masters brothers , Self-mastery is bone.
Content need never borrow , Ambition wanders blind ;
Vitality cleaves to the marrow , Leaving death behind .

The Way of life...according to  Lao Tzu.
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

เวปนี้จัดทำโดย Twdesign บริการเกี่ยวกับ web internet เต็มระบบ สนใจติดต่อ 086-616-8350
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.9 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!